เปลี่ยนภาษา : Thai Language English language

24/11/2018

ทำให้เกิดโรคตับอักเสบ ซึ่งการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแบบเรื้อรัง (การติดเชื้อเรื้อรังหมายถึงเชื้อไวรัสยังคงแบ่งตัวต่อเนื่องในตับเป็นเวลามากกว่า 6 เดือน) สามารถนำไปสู่การเกิดภาวะตับแข็งและ/หรือมะเร็งตับได้ด้วย (hepatocarcinoma)

ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) จะติดต่อผ่านคนสู่คน โดยติดเชื้อผ่านสารคัดหลั่งในร่างกาย เช่น เลือด น้ำอสุจิ หรือของเหลวอื่น ๆ ในร่างกาย หากผู้ที่ได้รับเชื้อมาไม่มีภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบ บี ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อ

การตรวจเลือดเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี
• HbsAg หากบวกบอกว่ามีเชื้อไวรัสตับอักเสบในร่างกาย
• Anti-Hbs หรือ HBsAb หากบวกหมายถึงมีภูมิต้านทานป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยอาจเป็นบวกหลังหายจากการติดเชื้อหรือหลังการฉีดวัคซีนก็ได้
• Anti-HBc หรือ HBcAb หากบวกแสดงว่าเคยได้รับเชื้อหรือกำลังเป็นไวรัสตับอักเสบบี
• HBeAg หากบวกแสดงว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบบียังอยู่ในระยะแบ่งตัว
• Anti-HBe หรือ HBeAb มักจะตรงกันข้ามกับ HBeAg คือหาก HBeAg เป็นบวกมักมี Anti-HBe เป็นลบ หาก HBeAg เป็นลบและ Anti-HBe เป็นบวกร่วมกับการทำงานของตับปกติมักแสดงว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่ในระยะสงบและมักพบเชื้อน้อย
• การตรวจนับปริมาณไวรัส (HBV DNA viral load) เป็นการตรวจหาปริมาณของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย มีความยุ่งยากและมีความไวในการตรวจมาก

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี
การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี สามารถทำได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน ซึ่งสามารถทราบได้จากการตรวจเลือดว่าควรหรือไม่ควรรับวัคซีน นอกจากนั้น เรายังสามารถป้องกันและระมัดระวังด้วยตัวเองได้ เช่น การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่กังวลหรือเครียดจนเกินไป สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์


BangkokMedicalLab

@bangkok.lab

bangkoklab1@hotmail.com